พืชสมุนไพรต้าน COVID – 19

พืชสมุนไพรต้าน COVID - 19

พืชสมุนไพรต้าน COVID – 19 จะมาบอกเล่าเกี่ยวกับประโยชน์ของการรู้สรรพคุณต่างๆของพืชสมุนไพร ช่วงนี้เป็นช่วงที่ทุกคนต้องดูแลสุขภาพ เพราะตอนนี้ไวรัส COVID -19 ก็ยังไม่ได้หายขาด ทำให้ทุกคนต้องคิดเรื่องสุขภาพมากขึ้น ใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังมากขึ้น เพื่อรักษาร่างกายไม่ให้เจ็บป่วย อย่างน้อยก็ทำให้ร่างกายแข็งแรงและต้านโรคต่างๆที่จะเป็นภัยต่อร่างกายเรา

ประโยชน์ของสมุนไพร

ประโยชน์ของสมุนไพร

เราจะมาทราบประโยชน์ของพืชสมุนไพรว่ามีอะไรบ้าง

1. สมุนไพรที่ปรุงเป็นยา จะมีตัวยาอยู่หลายตัวทั้งยังเป็นสารอาหารสำหรับร่างกาย ทำให้ทั้งเป็นทั้งยารักษาร่างกายและยาบำรุงอีกด้วย แต่ยาแผนปัจจุบันเน้นที่ตัวยาเพียงชนิดเดียว ทำให้ออกฤทธิ์แรง ส่งผลเสียต่ออวัยวะภายในของร่างกาย

2. สมุนไพรที่เป็นสารเคมีจากธรรมชาติ กินแล้วไม่สะสมในอวัยวะภายใน ร่างกายนำสารต่างๆไปใช้ประโยชน์ได้หมด และมีกากพืชที่ช่วยทำความสะอาดกะเพาะและสำไส้ ในขณะที่ยาแผนปัจจุบันเมื่อใช้ไปนานๆ จะเกิดการสะสมที่อวัยวะภายใน ส่งผบเสียต่อร่างกาย ถ้ากินไม่เป็นเวลาก็ทำลายกะเพาะและลำไส้อีด้วย

3. อาการแพ้สมุนไพรจะไม่รุนแรงเท่ายาแผนปัจจุบัน เนื่องจากยาแผนปัจจุบันเน้นที่ตัวยาเพียงชนิดเดียวและได้ผลรวดเร็ว ออกฤทธิ์แรงมาก ทำให้บางครั้งการรัษาไม่ได้ผลเนื่องจากยาแรงทำให้สุขภาพของผู้ป่วยแย่ลงไปด้วย

4. สมุนไพรเป็นทั้งยารักษาและยาบำรุง เพราะประกอบด้วยสารอาหารจากธรรมชาติหลายอย่างมาก และไม่เข้มข้นเกินไป แต่ยาแผนปัจจุบันเมื่อใช้ไปนานๆ จะส่งผลเสียต่อร่างกายอย่างมากและอาจทำให้อวัยวะภายในเสื่อมลงอีกด้วย

5. “ลางเนื้อชองลางยา” ยาสมุนไพรสามารถปรุงได้หลากหลายวิธีและส่วนประกอบ ทั้งนี้เพื่อให้ได้ยาที่เหมาะกับคนแต่ละประเภท เพื่อให้ยาออกฤทธิ์ได้ดีที่สุดและไม่เกิดอาการแพ้ในผู้ป่วย

6. เป็นวัตถุดิบในการประกอบอาหารหรือเป็นส่วนประกอบของอาหาร เช่นเครื่องเทศและใช้เป็นสารที่ใช้ในการถนอมอาหารได้ เช่น กระเทียม พริกไทย ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง ไม่ป่วยง่าย

การนำสมุนไพรมาใช้ประโยชน์ทั่วไป

การนำสมุนไพรมาใช้ประโยชน์ทั่วไป

1. สกัดน้ำมันหอมระเหย สมุนไพรในกลุ่มนี้เป็นพวกที่มีน้ำมันหอมระเหยอยู่ในตัว สามารถนำมาสกัดโดยวิธี นำมากลั่น ซึ่งจะมีกลิ่นและปริมาณที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับชนิดของสมุนไพร

2. ใช้เป็นยารับประทาน มีสมุนไพรหลายชนิดที่สามารถนำมาใช้รับประทานเพื่อรักษาอาการของโรคต่าง ๆ

3. ใช้เป็นยาทาภายนอก เป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณบำบัดโรคที่เกิดตามผิวหนัง รวมทั้งแผลที่เกิดในช่องปาก

4. ใช้ทำเป็นส่วนผสมของอาหารและเครื่องดื่ม เป็นเครื่องดื่มที่สกัดจากธรรมชาติที่ยังให้ประโยชน์ในการรักษาโรค ควบคู่ไปด้วย เช่น บุก ให้ประโยชน์ในการดูดจับไขมันจากเส้นเลือด ลดน้ำหนัก ส้มแขก ดูดไขมัน ลดน้ำหนัก หญ้าหนวดแมว ลดน้ำหนัก บำรุงสุขภาพ

5. ใช้ทำเครื่องสำอาง มี สมุนไพรหลายชนิดในปัจจุบันที่นิยมใช้เป็นส่วนผสมของเครื่องสำอาง และได้รับความนิยมอย่างดี

6. ใช้เป็นผลิตภัณฑ์ป้องกันกำจัดศัตรูพืช มักเป็นสมุนไพรจำพวกที่มีฤทธิ์เบื่อเมา หรือมีรสขม

7. ใช้บริโภคเป็นอาหารและเครื่องเทศ สมุนไพร สามารถนำมารับประทาน ให้คุณค่าทางอาหาร เพิ่มรสชาติ ดับกลิ่นคาว และยังช่วยย่อยอาหาร

8. ปลอดภัย สมุนไพรส่วนมากมีฤทธิ์อ่อน ไม่เป็นพิษหรือมีอาการข้างเคียงมาก แตกต่างกับยาแผน ปัจจุบันที่บางครั้งจะมีฤทธิ์เฉียบพลันถ้าบริโภคเกินขนาดเพียงเล็กน้อยอาจ เสียชีวิตได้

9. ประหยัด ราคาของสมุนไพรถูกกว่ายาแผนปัจจุบันมาก เนื่องจากเป็นทรัพยากรที่มีอยู่แล้ว จึง ควรอย่างยิ่งที่เราจะนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์เพิ่มมากขึ้น

10. เหมาะสำหรับผู้ที่อยู่ห่างไกล คนไข้ที่อยู่ตามชนบท บางครั้งไม่สามารถมารับบริการจากสถานบริการทางการแพทย์แผนปัจจุบันได้ควรใช้สมุนไพรที่เชื่อถือได้รักษาโรค

11. ไม่ต้องกลัวปัญหาขาดแคลนยา

12. เป็นพืชเศรษฐกิจ ส่งเสริมการปลูกสมุนไพรที่ใช้ในประเทศ และเพื่อการส่งออกอย่างจริงจัง และต้องคำนึงถึงผลผลิตที่มีคุณภาพดีและต้นทุนต่ำสำหรับการส่งออกในรูปของ

พืชสมุนไพรประจำบ้าน

พืชสมุนไพรประจำบ้าน

1. กระเพราแดง มีรสเผ็ดร้อน มีสรรพคุณแก้ปวดท้อง ท้องอืด แก้ลมจุกเสียดแน่นท้อง ขับลมทำให้เรอเหมาะสำหรับเด็ก

2. ขิง มีรสเผ็ดร้อนหวาน สรรพคุณ บรรเทาอาการท้องอืด ขับลม แน่นจุกเสียด ป้องกันและบรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียน จากอาการเมารถ เมาเรือ

3. ตะไคร้ มีรสปร่า กลิ่นหอม มีสรรพคุณขับลมในลำไส้ เจริญอาหาร ขับปัสสาวะ

4. ช้าพลู มีรสเผ็ดเล็กน้อย สรรพคุณ ช่วยเจริญอาหาร ขับลม แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ

5. บัวบก สรรพคุณตามตำรายาไทยใช้บัวบกแก้ไข้ แก้ร้อนใน แก้ช้ำใน ใช้เป็นยาภายนอกรักษาแผล ทำให้แผลหายเร็ว เป็นยาบำรุงและยาอายุวัฒนะ ช่วยเสริมสร้างความจำ ข้อมูลจากการศึกษาวิจัยในคนพบว่าบัวบกมีฤทธิ์รักษาความผิดปกติของหลอดเลือดดำ ช่วยให้คลายกังวล รักษาแผลที่ผิวหนัง และรักษาแผลในทางเดินอาหาร

6. ฟ้าทะลายโจร มีรสขม สรรพคุณแก้ไข้ บรรเทาอาการเจ็บคอ บรรเทาอาการของโรคหวัด ให้ได้ผลดีต้องรับประทานทันทีเมื่อมีอาการ สำหรับข้อควรระวัง หากใช้ฟ้าทะลายโจรติดต่อกัน 3 วัน แล้วอาการไม่ดีขึ้น หรือมีอาการรุนแรงขึ้นระหว่างใช้ยา ควรหยุดใช้และปรึกษาแพทย์ สำหรับข้อห้าม ห้ามใช้ในสตรีมีครรภ์และผู้ที่แพ้ฟ้าทะลายโจร

7. มะกรูด มีรสเปรี้ยว สรรพคุณผิวมะกรูด แก้อาการหน้ามืด วิงเวียน น้ำมะกรูด แก้ไอ ขับเสมหะและใช้บำรุงเส้นผม

8. มะระขี้นก มีรสขมจัด สรรพคุณ แก้ไข้ แก้ร้อนใน เจริญอาหาร ผลมะระอ่อน ใช้รับประทานเป็นยาเจริญอาหารโดยการต้มให้สุกรับประทานร่วมกับน้ำพริก ถ้าผลสุกสีเหลืองห้ามรับประทาน เพราะจะทำให้มีอาการคลื่นไส้อาเจียนได้ ข้อมูลจากการศึกษาวิจัยพบว่า มะระขี้นกมีสารชาแรนตินช่วยลดน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานได้

9. ว่านหางจระเข้ วุ้นของว่านหางจระเข้ มีรสเย็นจืด สรรพคุณ รักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก

10. สะระแหน่ สรรพคุณบรรเทาอาการวิงเวียน หน้ามืด ขับลม

พืชสมุนไพรเสริมภูมิต้านทาน

พืชสมุนไพรเสริมภูมิต้านทาน

มีสารสำคัญในการป้องกันการติดเชื้อไวรัสเสริมภูมิคุ้มกันมีวิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระสูง
กะเพรา, หอมแดง, หอมหัวใหญ่ มะรุม, พลูคาวหรือผักคาวตอง  ใบหม่อน, แอปเปิล, เปลือกของพืชตระกูลส้ม (ส้ม, มะนาว มะกรูด, ส้มซ่า) คะน้า, ใบเหลียง, ยอดสะเดา, มะระขี้นก, ดอกขี้เหล็ก, มะรุมยอดมะยม, ฟักข้าว, ผักเชียงดา, ,ผักแพว, มะขามป้อม, ลูกหม่อน และผักผลไม้หลากสี เห็ดต่างๆ,พลูคาวหรือผักคาวตอง,ตรีผลา (สมอไทย สมอพิเภก มะขามป้อม) 
กินอย่างไร ช่วยเสริมภูมิต้านทาน

กินอย่างไร ช่วยเสริมภูมิต้านทาน

1. ชา แค่ชงมาอุ่นๆ ค่อยๆ จิบ วันละ 1-2 แก้ว ก็ช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอ หนาวสั่น และคลายความเมื่อล้า นอกจากนี้ในชายังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่เรียกว่าแอลธีอะนีน ( L-theanine ) ที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันได้เป็นอย่างดี รู้แบบนี้ก็รีบหามาดื่มกันได้เลย

2. ขิง นำขิงแก่มาต้มในน้ำเดือด 30 นาที ค่อยๆ จิบ มีสรรพคุณช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ทำให้เม็ดเลือดขาวไปดักจับเชื้อโรคได้ดีขึ้น และช่วยลดการติดชื้อที่ทางเดินหายใจ จะนำขิงมาปรุงอาหารอย่าง ไก่ผัดขิง หรือทานสดๆ ก็เลือกตามความชอบได้เลย 

3. ตะไคร้ สมุนไพรกลิ่นหอม เคียงคู่อาหารไทยหลากหลายเมนูนี้ ก็มีสรรพคุณรักษาหวัด ไข้หวัดใหญ่ แก้อาหารปวดหัว ปวดท้อง เพิ่มภูมิคุ้มกัน ต้านอนุมูลอิสระ แค่ได้ซดน้ำต้มยำร้อนๆ หรือเลือกทานเมนูอื่นๆ ที่ใส่ตะไคร้ก็ได้ภูมิคุ้มกันแล้ว

4. ต้นอ่อนทานตะวัน ช่วยควบคุมและรักษาการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันให้มีประสิทธิภาพ และช่วยต้านการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ ลองนำต้นอ่อนทานตะวันมาผัดไฟแดง ทานกับข้าวต้มร้อนๆ ก็ได้ นอกจากนี้ เมล็ดทานตะวันที่นิยมนำมาทานเล่นก็อุดมไปด้วยฟอสฟอรัส แมกนีเซียม วิตามินบี6  และวิตามินอี มีประโยชน์บำรุงร่างกายเช่นกัน ลองหามาแทะเล่นเพลินๆ ก็ดีเหมือนกัน 

5. กระเทียม สมุนไพรประจำบ้านที่อยู่ในอาหารไทยแทบทุกเมนู ในกระเทียมจะมีสารอัลลิซินที่มีสรรพคุณช่วยลดการติดเชื้อในร่างกาย ทำให้ร่างกายมีภูมิต้านทานจากไข้หวัด และยังช่วยลดระยะเวลาเป็นหวัด นอกจากนี้ ยังช่วยลดความดัน ลดคอเลสเตอรอล และไตรกลีเซอไรด์ในเลือด

6. พริก มีสารแคปไซซินในพริกจะช่วยลดน้ำมูก บรรเทาอาการหวัด ไซนัส หรือภูมิแพ้ ทั้งยังเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และฆ่าเชื้อไวรัส

7. กะเพรา สมุนไพรไทยที่มีกลิ่นหอมเฉพาะ ในใบกะเพรามีสารโอเรียนทิน (Orientin) มีสรรพคุณป้องกันไม่ให้ไวรัสเข้าเซลล์ ช่วยลดการติดเชื้อ เสริมภูมิคุ้มกัน แก้หวัด ทั้งยังทำให้ร่างกายอบอุ่น ช่วยขับลมในกระเพาะ แก้อาการจุกเสียดแน่นท้อง

8. หอมใหญ่ หอมแดง มีสารเคอร์ซีทิน (Quercetin) มีฤทธิ์ต้านไข้หวัดใหญ่  เพิ่มภูมิคุ้มกันในร่างกาย นำมาต้มซุป หรือปรุงอาหารได้หลากหลายเมนู

9. เห็ด เช่น เห็ดหอม เห็ดฟาง เห็ดนางฟ้า เห็ดออรินจิ  ฯลฯ ในเห็ดจะมีสารเบต้ากลูแคน ช่วยให้เม็ดเลือดขาวไปจับเชื้อโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ

10. ผลไม้ที่มีวิตตามินซีสูง เช่น ส้ม มะนาว เลม่อน ฯลฯ วิตตามินซีจะช่วยเพิ่มการผลิตเซลล์เม็ดเลือดขาวไปต่อสู้กับเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกาย 

🔅 แนะนำเกมออนไลน์ : แนะนำ 10 อันดับเกมสล็อตที่แจ็คพอตแตกง่าย

🔅 แนะนำเกมน่าเล่น : เกม FIFA 20 ที่สมจริงขึ้นทุกปี

Author: 2moro